ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Skinbodycare Clinicคลินิกผิวหนัง · ความงาม · อ.เมืองเพชรบูรณ์056-722-829

บริการ

หลุมสิว รอยสิว รูขุมขนกว้าง

รอยแดง รอยดำ และหลุมสิว เป็นคนละปัญหาที่ใช้วิธีต่างกัน ต้องคุมสิวให้สงบก่อนถึงจะแก้รอยได้ผล

สิ่งที่คนเรียกรวมๆ ว่า “รอยสิว” จริงๆ แล้วมีสามอย่างที่ต่างกันมาก คือ รอยแดง ที่จางเองได้ รอยดำ ที่จางเองได้แต่ช้ากว่า และหลุมสิว ซึ่งเป็นความเสียหายถาวรของเนื้อผิวที่ไม่จางเอง ต้องใช้หัตถการช่วย

เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องคุมสิวให้สงบก่อน เพราะการแก้รอยระหว่างที่สิวยังขึ้นเรื่อยๆ จะได้ผลไม่คุ้ม ประเมินและวางแผนได้ที่ Skinbodycare Clinic 108/4 ถนนนิกรบำรุง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โทร 056-722-829 ค่ะ

ผู้หญิงกำลังส่องดูรอยสิวบนใบหน้า
รอยแดงและรอยดำจากสิวจางได้เองแต่ใช้เวลา ส่วนหลุมสิวต้องอาศัยหัตถการช่วยค่ะ · ภาพประกอบ: Polina Tankilevitch / Pexels

แยกให้ออกก่อนว่ากำลังแก้อะไรอยู่

ปัญหาลักษณะจางเองได้ไหม
รอยแดงรอยแดงราบ ไม่นูน ไม่บุ๋มได้ ประมาณ 3–6 เดือน
รอยดำรอยน้ำตาลราบ ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นสิวได้ แต่ช้ากว่า 6–12 เดือน
หลุมสิวผิวบุ๋มลงไป เห็นชัดขึ้นเวลามีแสงจากด้านข้างไม่จางเอง ต้องใช้หัตถการ
แผลเป็นนูนผิวนูนขึ้นมา มักพบที่กราม หน้าอก หลังไม่ยุบเอง ต้องรักษาเฉพาะ

วิธีเช็กง่ายๆ ด้วยตัวเองคือ ส่องกระจกโดยให้แสงมาจากด้านข้าง ถ้าเห็นเงาบุ๋มลงไป นั่นคือหลุมสิว แต่ถ้าเป็นแค่สีที่ต่างไปโดยผิวยังราบเรียบ นั่นคือรอย ซึ่งจางเองได้และไม่จำเป็นต้องรีบทำหัตถการราคาแพง

ชนิดของหลุมสิว

  • หลุมแบบจิกลึก — ปากแคบแต่ลึกมาก คล้ายรูเข็มจิ้ม เป็นชนิดที่แก้ยากที่สุด มักต้องใช้วิธีจัดการเฉพาะจุด
  • หลุมแบบขอบชัน — ปากกว้างกว่า ขอบตั้งฉาก ก้นหลุมแบน ตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีระดับหนึ่ง
  • หลุมแบบขอบลาด — กว้าง ตื้น ขอบลาดเอียง เป็นชนิดที่ตอบสนองต่อการรักษาได้ดีที่สุด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีหลุมหลายชนิดปนกันบนใบหน้าเดียว แผนการรักษาจึงมักต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ไม่ใช่วิธีเดียวจบ

แนวทางการรักษา

  1. คุมสิวให้สงบก่อนรักษาสิวให้หยุดขึ้นก่อนอย่างน้อยหลายสัปดาห์
  2. จัดการรอยแดงและรอยดำ — ด้วยยาทาและการกันแดด ซึ่งบางครั้งทำให้หน้าดูดีขึ้นมากแล้วโดยยังไม่ต้องแตะหลุม
  3. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อยกก้นหลุม — เป็นขั้นที่ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง โดยเว้นระยะให้ผิวได้สร้างคอลลาเจนใหม่
  4. ประเมินผลและปรับวิธีตามการตอบสนอง — หลุมแต่ละชนิดตอบสนองไม่เท่ากัน แพทย์จะปรับแผนเป็นระยะ

หัตถการที่ใช้ในขั้นกระตุ้นคอลลาเจน

  • การกระตุ้นด้วยหัวเข็มขนาดเล็ก ทำให้เกิดช่องเปิดเล็กๆ จำนวนมากที่ชั้นผิว ร่างกายจะซ่อมแซมด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาดันก้นหลุม มีทั้งหัวสำหรับหลุมตื้นและหลุมลึก ซึ่งใช้ความลึกต่างกัน
  • การตัดพังผืดใต้หลุม ใช้กับหลุมชนิดที่มีพังผืดดึงรั้งก้นหลุมไว้ แพทย์จะสอดเข็มเข้าใต้ผิวเพื่อตัดพังผืดนั้นให้หลุด หลุมจึงยกตัวขึ้นได้เป็นวิธีที่จำเป็นสำหรับหลุมกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพราะการกรอผิวหรือใช้เครื่องอย่างเดียวมักไม่ได้ผล เนื่องจากตัวที่ดึงรั้งยังอยู่
  • การฉีดเติมความชุ่มชื้นเข้าชั้นผิว ช่วยเรื่องผิวไม่เรียบเนียน และรอยแดงที่หลงเหลือ ใช้เสริมมากกว่าเป็นตัวหลักของการแก้หลุม
  • เลเซอร์ ใช้ได้กับบางชนิดของหลุมและช่วยเรื่องรูขุมขนร่วมด้วย

หลุมคนละชนิดตอบสนองคนละวิธี หลายเคสจึงต้องใช้มากกว่าหนึ่งวิธีร่วมกัน แพทย์จะดูจากลักษณะหลุมจริงก่อนวางแผน ไม่ได้ใช้วิธีเดียวกับทุกคนค่ะ

ระยะเวลาและความคาดหวัง

  • ต้องทำหลายครั้ง โดยเว้นระยะห่างให้ผิวได้ฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจน
  • ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นต่อเนื่องหลายเดือนหลังทำครั้งสุดท้าย
  • โดยทั่วไปคาดหวังการดีขึ้นประมาณ 50–80% ไม่ใช่ 100%
  • ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดของหลุม ความลึก และอายุของแผลเป็น
  • ต้องทาครีมกันแดดอย่างเคร่งครัดตลอดการรักษา

ก่อนตัดสินใจ ควรถามอะไร

  • ปัญหาที่เห็นอยู่ตอนนี้เป็นหลุมจริง หรือแค่รอยที่จางเองได้
  • หลุมของฉันเป็นชนิดไหน และตอบสนองต่อวิธีนี้ได้ดีแค่ไหน
  • ต้องทำกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไร และค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดเท่าไร
  • หลังทำมีรอยแดงหรือสะเก็ดกี่วัน ต้องลางานไหม
  • ถ้าทำแล้วไม่ตอบสนอง มีทางเลือกอื่นอะไรบ้าง

เรายินดีบอกตรงๆ ว่าเคสไหนคุ้มที่จะทำและเคสไหนควรรอ เพราะหลุมสิวเป็นการรักษาที่ต้องใช้ทั้งเงินและเวลา การเริ่มโดยไม่เข้าใจความคาดหวังที่แท้จริงมักจบด้วยความผิดหวังของทั้งสองฝ่าย

คำถามที่พบบ่อย — หลุมสิว · รอยสิว

หลุมสิวรักษาให้เรียบเหมือนเดิม 100% ได้ไหม

ตอบตามตรงว่าไม่ได้ค่ะ หลุมสิวคือการสูญเสียเนื้อเยื่อคอลลาเจนอย่างถาวร เป้าหมายที่เป็นจริงคือทำให้ตื้นขึ้นและมองเห็นน้อยลงอย่างชัดเจน โดยทั่วไปคาดหวังการดีขึ้นได้ประมาณ 50–80% เมื่อทำครบคอร์สและเลือกวิธีให้ตรงกับชนิดของหลุม ใครที่รับปากว่าหายสนิทในไม่กี่ครั้ง ควรระวังไว้ก่อน ปรึกษาตามความเป็นจริงได้ที่ 056-722-829 ค่ะ

รอยแดงกับรอยดำจากสิว หายเองได้ไหม

หายเองได้ทั้งคู่ แต่ใช้เวลาต่างกัน รอยแดงเกิดจากเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวหลังการอักเสบ มักจางเองภายใน 3–6 เดือน ส่วนรอยดำเกิดจากเม็ดสีที่ผิวสร้างขึ้นหลังการอักเสบ อาจใช้เวลา 6–12 เดือนหรือนานกว่านั้น ตัวเร่งที่สำคัญที่สุดคือการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพราะแดดทำให้รอยดำเข้มขึ้นและอยู่นานขึ้นมาก ร่วมกับยาทาที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ปรึกษาได้ที่ Skinbodycare Clinic อ.เมืองเพชรบูรณ์ โทร 056-722-829 ค่ะ

ทำไมต้องคุมสิวให้หายก่อนถึงจะแก้หลุมได้

เพราะการทำหัตถการแก้หลุมสิวบนผิวที่ยังมีสิวอักเสบอยู่ อาจกระตุ้นให้สิวลุกลามและเกิดการติดเชื้อได้ อีกทั้งสิวเม็ดใหม่ที่ขึ้นระหว่างทางก็จะสร้างหลุมใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เท่ากับว่าจ่ายเงินแก้หลุมเก่าไปพร้อมกับสร้างหลุมใหม่ ซึ่งไม่คุ้ม แนวทางที่ถูกคือคุมสิวให้สงบก่อนอย่างน้อยหลายสัปดาห์ แล้วจึงเริ่มแก้หลุม ที่ Skinbodycare Clinic อ.เมืองเพชรบูรณ์ แพทย์จะวางลำดับให้ โทร 056-722-829 ค่ะ

รูขุมขนกว้าง ทำให้เล็กลงได้จริงไหม

ทำให้ดูเล็กลงได้ แต่ไม่สามารถทำให้หายไปได้ เพราะขนาดรูขุมขนพื้นฐานถูกกำหนดด้วยพันธุกรรมและปริมาณการผลิตน้ำมันของผิว สิ่งที่ทำได้คือลดปัจจัยที่ทำให้ดูกว้างขึ้น ได้แก่ ควบคุมความมันและสิวอุดตัน กระตุ้นคอลลาเจนรอบรูขุมขนให้ผิวตึงขึ้น และป้องกันแดดเพื่อไม่ให้ผิวหย่อนคล้อยตามวัย ผลที่ได้เป็นการปรับสภาพผิวโดยรวม ซึ่งต้องทำต่อเนื่องจึงจะรักษาผลไว้ ปรึกษาได้ที่ 056-722-829 ค่ะ

ปรึกษาเรื่องหลุมสิว · รอยสิว กับแพทย์

โทรนัดหมายล่วงหน้าเพื่อลดเวลารอได้นะคะ หรือเดินเข้ามาได้เลยในเวลาทำการ ประเมินผิวและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ก่อนเสมอค่ะ

Skinbodycare Clinic · 108/4 ถนนนิกรบำรุง ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ 67000
ช่วงนี้เข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์หรือสอบถามได้ แม้แพทย์ยังไม่ออกตรวจ

โทรเลยทัก LINEMessengerนำทาง